[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
มณฑลทหารบกที่ ๑๗ ค่ายสุรสีห์ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี : ยินดีต้อนรับ
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
มณฑลทหารบกที่ ๑๗ ค่ายสุรสีห์ ยินดีตอนรับทุกท่านที่มาเยือน
เมนูหลัก
ลิงค์หน่วยงาน
e-Learning
ลิงค์แนะนำ

ค้นหาจาก google
สถิติผู้เยี่ยมชม

 เริ่มนับ 31/มี.ค./2558
ผู้ใช้งานขณะนี้ 1 IP
ขณะนี้
1 คน
สถิติวันนี้
204 คน
สถิติเมื่อวานนี้ี้
230 คน
สถิติเดือนนี้
4881 คน
สถิติปีนี้
61171 คน
สถิติทั้งหมด
535893 คน
IP ของท่านคือ 3.215.79.204
(Show/hide IP)

  
ประวัติกรมพระราชวังบวรฯ  
 

พระราชประวัติ สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท (บุญมา)
กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑

          พระราชบิดา ยังทรงเป็น พระพินิจอักษร (ทองดี) พระราชชนนี ดาวเรือง พระราชสมภพ : เมื่อแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ปีกุน เบญจศก จุลศักราช ๑๑๐๕ ตรงกับวันที่ ๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๒๘๖ 
ณ ตำบลป้อมเพชร ในกำแพงพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอนุชาธิราชของ พระบาทสมเด็จ   พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมบรมกษัตริย์ แห่งจักรีวงศ์ สวรรคต : เมื่อแรม ๔ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีกุน เบญจศก จุลศักราช ๑๑๖๕ ตรงกับวันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๓๔๖  เมื่อพระชนม์ ๖๐ พรรษา ณ พระราชวังบวรสถานมงคล
          เมื่อพระชนม์ ๒๐ พรรษา ทรงรับราชการตำแหน่ง นายสุดจินดา มหาดเล็กหุ้มแพร ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุริยาสน์มรินทร์ ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยา พุทธศักราช ๒๓๑๐ ทรงร่วมกับ พระสหายสามคน ใช้อุบายหลบหลีกพม่าล่องเรือตามลำน้ำเจ้าพระยาใน เวลาวิกาล ถึงหน้าวัดสลัก (วัดมหาธาตุฯ) ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้ารอดตายจากข้าศึกกลับมากู้บ้านเมืองได้จะทำนุบำรุงให้รุ่งเรืองต่อไป เวลาดึกเดือนตกน้ำขึ้น ทรงคว่ำเรือลอยตามน้ำผ่านด่านข้าศึกที่ บริเวณป้อมวิชัยประสิทธิ์ เข้าคลองบางกอกใหญ่ เมื่อถึงเมือง ราชบุรีพบหลวงยกกระบัตรผู้พี่แล้วเดินทางไปเข้าเฝ้าสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชที่เมืองจันทบุรี ช่วยจัดกองทัพเรือเข้ามากู้กรุงศรีอยุธยาคืนได้ในปลายปีนั้น และออกไปรับหลวงยกกระบัตรมาอยู่กับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ กรุงธนบุรี

พระเกียรติประวัติ สมเด็จพระบวรราชเจ้า มหาสุรสิงหนาท (บุญมา)
กรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ ๑

          ทรงเป็นแม่ทัพคู่พระทัยของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งแต่พระชนม์ ๒๔ พรรษา และทรงร่วมรบร่วมเป็นร่วมตายกับ สมเด็จพระเชษฐาธิราช เป็นที่ครั่นคร้ามแก่อริราชศัตรูจนได้รับสมญานามว่า “พระยาเสือ” ทรงปฏิบัติราชการสงครามถึง ๒๔ ครั้ง นำทัพไปปราบศึกทางทิศเหนือถึง เวียงจันทร์ ตะวันออกถึงกัมพูชา ใต้ถึงปัตตานี ตะวันตกถึงเมืองทะวาย ตะนาวศรี และมะริด
          ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่ง กรมพระราชวังบวรฯ นั้น ได้เป็นแม่ทัพไปราชการสงคราม  ที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์คือ สงครามเก้าทัพ ตำบลลาดหญ้า แขวงกาญจนบุรี ทรงใช้ความเด็ดขาด และกล้าหาญ อันยากจะหาจอมทัพผู้ใดเสมอเหมือน โดยทรงใช้ทหารเพียงสามหมื่นสะกัดกั้นกำลังข้าศึกถึงเก้าหมื่น สามารถยับยั้งศึกครั้งนั้นไว้ได้ หาไม่อาจเสียกรุงรัตนโกสินทร์
          พระราชอิสริยยศ : เลื่อนตำแหน่งจากนายสุดจินดา เป็นพระมหามนตรี พระยาอนุชิตราชา  พระยายมราช เจ้าพระยาสุรสีห์พิษณวาธิราช กระทั่งได้รับสถาปนาเป็นพระมหาอุปราช เป็นผู้ทรงอุทิศพระชนม์ชีพกู้ชาติและรักษาราชบังลังก์ ให้ดำรงคงความเป็นไทยอยู่ได้ตราบเท่าทุกวันนี้

“มันแสนสี่กูเจ็ดหมื่น หาญยืนสู้
ให้มันรู้ ว่ากูน้อย ไม่ถอยหนี
ดาบต่อดาบ เลือดต่อเลือด เชือดร่างพลี
แผ่นดินนี้ เพื่อลูกหลาน ขานถึงกู”

พระราชดำรัสสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท
ครั้นนำทัพในศึกสงครามเก้าทัพณ สมรภูมิทุ่งลาดหญ้า ปีพุทธศักราช ๒๓๒๘